พีรวัฒน์'s profileБенз's spacePhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
Бенз's spaceFebruary 16 เพราะว่าไม่สบาย ช่วงนี้ขี้เกียจจะอัพสเปสโคตรๆ แต่พอดีว่าวันนี้ไม่ได้ไปโรงเรียนเพราะไม่สบาย เลยว่าง ไม่มีอะไรทำ ทีีจริงก็ไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่เป็นหวัด คัดจมูก แบบถ้าอยู่ที่เมืองไทยอย่าหวังว่าจะได้โดด
ที่จริงช่วงเดือนที่ผ่านมาก็มีอะไรเยอะแยะ แต่ขี้เกียจจะเขียนหมด เอาสักสองสามเรื่องก็พอ เรื่องแรก หึหึ กูไปออกทีวีมา ตอนแรกบอกจะสัมภาษณ์ด้วย แต่ไปๆมาๆคนเยอะไปเวลาไม่พอกูเลยรอด แล้วก็ดูดิแต่ละคนที่เขาเชิญมามีแต่พวกอยู่กันมาแล้วเป็นปีๆ มีครใต้หวันด้วนะเว้ย รู้สึกคนนี้จะอยู่มาน้อยสุด คือ สองปี ดูดิตั้งสองปีแล้วอะ แล้วกูหละตอนนั้นยังไม่ห้าเดือนดีเลย แล้วที่อยู่มานานสุดเป็นคนเยอรมัน สักสิบหกหรือสิบเจ็ดปีแล้วอะมึง แล้วเขามาชวนคุยเขาพูดมาคำนึง Alus คือที่รู้ความหมายคำเนี้ยต้องขอบคุณเบียร์เลยนะเนี่ย แต่เรื่องไม่ใช่แค่นั้นนะสิ ก็โฮสเล่นจ้องกูซะตาแทบถลน ประมาณว่า อีคำทั่วไปที่ควรจะรู้ไว้ใช้ในชีวิตประจำวันดันไม่รู้แต่ดันมารู้เอาคำประเภทนี้ เอาหละถึงกูจะไม่โดนสัมภาษณ์ แต่ก็โดนให้ไปแสดงละครอะไรก็ไม่รู้สั้นๆ แล้วกูนะนอกจากปั้นหน้าตายแล้ว ทำหน้าอื่นเป็นซะที่ไหน ไม่เหมือนไอ้กวนนะ ที่ปั้นหน้ายิ้มได้ทั้งวัน เออแล้วเวลาอัดนี่เขาไม่มีเบรคเลยวะ รวดเดียวจบเร็วโคตรๆ สองอาทิตย์ถัดมามันก็ออกทีวี กูหละไม่ได้อยากจะดูเลยสักนิด แต่โฮสบังคับ พอวันรุ่งขึ้นเท่านั้นแหละ มีแต่คนเข้ามาทัก ทำเอาปั้นหน้าไ่ม่ค่อยจะถูกไปทั้งวัน
ต่อมาคือมีโอกาสได้ไป Iecava มาเพราะเป็นวันเกิดเพื่อนเป็นเมืองที่อาจารย์อังกฤษแก้ในเรียงความกู จากที่ใช้คำว่า city ให้เปลี่ยนเป็น town แทน แต่ก่อนไป Iecava ก็นัดมิวให้พาไปช็อปสักหน่อยก่อน แต่กระผมนะไม่ค่อยจะได้อะไรหรอก แต่คุณเธอนี่กว่าจะเลือกรองเท้าได้ แถมยังซื้อมาผิดแบบอีกนิ แต่ที่ยิ่งกว่านั้นคือพวกLivaniสามคนเี่นี่ยกว่าจะเสด็จกันมาได้ เปลี่ยนตัวบัสไปสองรอบเสียไปหลาย กว่าจะไปถึง Iecava ที่เด็ดสุดของบ้านนี้คือห้องน้ำ ไม่รู้จะอธิบายไงวะ สุดจะบรรยาย วันที่สองไปเดินป่า สวยโคตรๆเลย น่าเสียดายจริงๆเลยใครที่ไม่ได้ไปเนี่ย แต่ทำเอาถุงเท้า รองเท้ากูนี่เปียกโชก แต่โฮสต๋อมนี่ก็ใจดีเหลือเกิน อุตส่าห์เอาถุงเท้าคู่ใหม่มาให้
เรื่องสุดท้ายแล้ว มีอยู่ว่าเมื่ออาทิตย์ก่อนไปเป็นพรีเซ็นเตอร์มา เป็นงานนิทรรศการการท่องเที่ยว งานนี้ก็ต้องแบกชุดไทยไปเปลี่ยนด้วย แล้วเนื่องจากกูผอมลง ถึงตรงนี้บางคนอาจไม่เชื่อว่าเป็นไปได้ แต่มันเป็นไปแล้วจริงๆ ก็ชุดไทยนะมันกลายเป็นหลวมโครก ตรงข้ามกับไอ้เบสท์ที่กระดุมแทบหลุด แล้วก็ต้องไปรำไทยด้วยอะดิ แต่ที่จริงก็ไม่ค่อยได้ทำงานเท่าไหร่หรอก ส่วนมากจะเดินดูงานซะจะมากกว่า แน่หละแล้วก็ไปหบิบโน่นหยิบนี่มาซะเยอะแยะ ไอ้วันแรกนะไม่เท่าไหร่ แต่วัยที่สองไปเดินกับเจ้าแม่ ได้ของมาเป็นกระบุงเลย ไม่น่าเชื่อว่าหน้าซื่อๆจะรีดไถเก่งขนาดนี้ แล้วไปเจอลุงคนไทยเข้าคนนึง ตอนเดินอยู่กับไอ้เดียร์ เขาก็เข้ามาสะกิด แล้วก็คุยนิดๆหน่อยๆ แต่อะนะเผลอลืมตัวกวนตีนลุงเขาเข้าไปหน่อย หลังจากนันตอนที่ลุงมาที่ซุ้มเขาไม่เคยคุยกับกูอีกเลย ทำเสียชื่อโรงเรียนจริงๆเลยกู แต่ลุงเขาก็ไม่รู้นี่กหว่ากูอยู่โรงเรียนไหน แล้วก็มีเรื่องจะขอบ่น เซงจริงๆนะตอนนั้นนะ ที่คนอื่นได้อยู่ต่อกัน แต่กูต้องกลับไปนั่งเรียนงกๆ เออแต่อย่างน้อยก็มีไอ้กวนเป็นเพื่อนร่วมชะตากรรม แล้วดูดิโรงเรียนอื่นเขาเป็น Project week กันแล้วโรงเรียนกูหละมีแค่ Project Days เบื่อจริงๆเลยเรียนเนี่ย นึกว่ามานี่จะได้เรียนสบายๆซะอีก
ก่อนจะจบมีคำถามมาฝากอีกแล้ว เป็นข้อสอบเลขเรื่องความน่าจะเป็นเขาแปลเป็นภาษาอังกฤษมาให้แต่มีไอ้ข้อเนี้ยแหละทำไม่เป็นวะ ประมาณว่ามีเหรียญ 1,2,5,10,12,50 Santims กับ 1,2 lats จะมีกี่วิธีที่จะเอาเหรียญมารวมกันแล้วได้ 3lats พวกมึงเรียนความน่าจะเป็นกันยังอะ ใครทำเป็นก็มาบอกกูด้วยเดะ January 08 หยุดปิดเทอม--เปิดเทอมสอง ในที่สุดหลังจากหยุดมาสองอาทิตย์ก็ต้องกลับไปเรียนอีกแล้ว อีกแค่ห้าเดือนครึ่งก็ต้องกลับ จะว่าอยากก็อยากกลับนะ แต่อีกใจนึงก็ไม่ค่อยจะอยากเท่าไหร่ กลับไปนี่โคตรจะขี้เกียจเรียนเลย แต่ก็เอาเหอะเรื่องมันยังอีกยาวไกล
วันหยุดที่ผ่านมาสองอาทิตย์ อาทิตย์แรกนี่ประมาณว่าปล่อยให้เวลาผ่านไปเฉยๆ แล้วพออาทิตย์ที่สองก็ไป Jurmalaไปก่อนชาวบ้านเขาวันนึง พอดี mom เข้าไปทำธุระที่ริก้า ก็เลยได้ิอานิสงค์ติดรถไปด้วย ค่ารถไฟไป Jurmala เขาก็ออกให้ แต่ปัญหาก็อยู่ตรงนี้แหละ คือลงรถไฟผิดป้ายไปลง Buduli ที่จริงต้องลง Dubulti แต่ก็นะโชคดีที่มิวรู้จักแถวนี้ ที่บ้านโฮสมิวมีเด็กอยู่สามคนวันนั้นนี่แทบตาย เด็กแต่ละคนแสบๆทั้งนั้น ขนาดไปอยู่แค่วันเดียว เกือบตาย
วันที่สองไปเล่นสวนน้ำ Akvapark ทั้งสนุกทั้งเจ็บไอ้ตรงสไลเดอร์ตรงไหนที่เขาให้ใช้ห่วงยางก็รอดตัวไป แต่ก็ต้องแลกกับการต้องต่อแถวรอห่วงยาง อันไหนที่ไม่ต้องใช้ก็เร็วดี แต่มันเจ็บหลังโคตรๆ ทางก็มืดๆไม่มีแสง เรียกว่าเตรียมใจไม่ัทัน ไม่รู้ว่าข้างหน้าจะเจออะไรวะกู แต่ที่โดนใจโคตรๆก็ต้องสระน้ำนอกอาคาร แล้วจะมีสระนึง เป็นน้ำเย็นเว้ย ประมาณว่าน้ำในตู้เย็นเลย มีแค่กูกะกวนโรคจิตชอบสระนี้กันอยู่สองคน แช่กันนานซะขนาดนั้น สงสัยคนอื่นจะหาว่าบ้าตอนออกนี่มันจะมีกำหนดเวลาให้แค่สองชั่วโมงตอนไปเิอาเสื้อแจ็คเกตกับรองเท้าคืนนี่เหลืออยู่สองนาที เลยใส่มันแค่รองเท้าแล้วค่อยไปใส่ถุงเท้าข้างนอกแทน ตอนกลับมารงแรมทำข้าวกินกันเอง เสียงดังโคตรๆ ที่จริงก็ไม่รู้ตัวหรอก แต่เจ้าหน้าที่โรงแรมมาเตือนเอาสองรอบ เกือบถูกตำรวจจับแล้วมั้ยหละกู เพราัะพี่เกดมาบอกทีหลังว่าหลังห้าทุ่มต้องเงียบมันเป็นกฏหมาย ตอนเจ้าหน้าที่โรงแรมมาเตือนก็นึกแค่ว่าเป็นกฎโรงแรม กินเสร็จก็เล่นไพ่ต่อ กว่าจะเลิกก็ปาเข้าไปตีสาม แยกย้ายกันไปนอน แต่ก็คุยกันต่ออีก กว่าจะนอนกันจริงๆ ไม่รู้ปาเข้าไปกี่โมง
วันที่สามไปเดินถนนอะไรซักอย่างจำชื่อไม่ได้ เสียตังไปมหาศาลเลยกู มาจดรายจ่ายเอาทีหลังหมดไปกับถนนนี้ 92lats เอง แล้วก็ไปกินอาหารจีนที่ริก้า ตอนนั้นเหลือตังอยู่ในกระเป๋า 16 Santims ก็เลยไปกดตังมาอีกร้อยนึง แล้วตอนนี้กล้องกูก็ทำม่าจะพังอยู่อีก โหยนึกถึงรายจ่ายแล้วเสียวเลยวะ กว่าจะกลับถึงเมืองปาเข้าไปห้าทุ่ม ลมพิษนี่ขึ้นซะ เลยต้องอาบน้ำอีกรอบ วันรุ่งขึ้นมันยังลงไม่หมดก็ต้องอาบอีกสามวันอาบสี่รอบ ทำลายสถิติเลยวะ ปกติอย่างมากอาทิตย์ละสองครั้ง
เห้อๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ พุ่งนี้ต้องไปเรียนอีกแล้วขอกูบ่นอีกรอบเหอะ เซงวะ December 19 สามเดือนที่มาจาก สามปีที่พลัดพราก ครบสามปีเวียนมาที่พ้นจาก ที่พลัดพรากจากผู้เคารพยิ่ง
เป็นที่รักเป็นเสาหลักที่พึ่งพิง แท้ที่จริงเป็นที่รักของทุกคน
สามปีผ่านยังเศร้าไม่แคล้วหาย ถึงแม้กายห่างไกลก็ไม่สน
ขอระลึกสำนึกกระทั่งจน ชีวาตนดับสิ้นตามกันไป
เบนซ์ยังจำได้ดีถึงเหตุการณ์เมื่อสามปีที่แล้ว วันที่สิบแปด ธันวาคม วันนั้นเป็นวันหยุดอ่านหนังสือสอบ ตอนตื่นขึ้นมาตอนเช้าป๊าบอกว่าอากงเสียแล้วนะ ยังจำได้ดีภาพที่ไปรับศพอากงที่โรงพยาบาล ยังจำได้ดีถึงคามรู้สึกที่ต้องสูญเสียบุคคลที่เป็นที่รักไปอย่างไม่มีวันกลับ ถึงแม้จะอยากบอกว่าขอโทษในเรื่องที่เคยทำผิดไป แล้วยังไม่ได้ขอโทษ แต่มันก็ไม่มีโอกาสอีกแล้ว มาถึงตรงนี้คงจะเป็นครั้งแรกหละมั้งที่จะบอกว่า คิดถึงนะ คิดถึงทุกคนมาก แล้วก็กลัว กลัวการที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนกำลังอยู่ที่นี่ กลัวจะไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้กล่าวล่ำลาหรือได้เห็นหน้าเป็นครั้งสุดท้าย
ที่เขียนบล็กนี้ขึ้นมา ต้องการแค่จะระบายอะไรออกไปบ้างเท่านั้นแหละ แล้วก็ไม่ต้องคอมเม้นต์หรอกนะบล็อกนี้นะ December 11 ขี้เกียจวะ ทำไมมันขี้เกียจได้ขนาดนี้ เริ่มต้นด้วย กูงงวะ งงกับนำ้หนักตัวเอง ในวันเกิดจุ๊บแจงกูชั่งนำ้หนักได้เจ็ดสิบหกกว่าๆ มันก็ยังไม่แปลกเท่าไหร่ใช่มะ แต่เมื่อนานหรือสักวันไม่นานนี้มาชั่งที่บ้าน มันเหลือแค่ เจ็ดสิบสามจุดห้าเองวะ ลดไปสามโลในเวลาไม่ถึงเดือนเนี่ยนะ ทั้งๆที่วันๆกูก็กินเอาๆ ช็อกโกแล็ตวันละแท่ง ชามะนาววันละขวด ไหนจะไอติมอีก ชีส ไข่ นม เนย สารพัด แต่ก็ดีวะ กูจะได้กินเพิ่ม อ้อแล้วเดือนที่ผ่านมา มานั่งทำบัญชีแล้ว เห็นเพื่อนหลายๆคนทำกันเลยอยากทำมั่ง แต่พอทำออกมาทำให้รู้สึกว่าไม่น่าทำเลยวะ เห็นจำนวนเงินที่ใช้ตอนเดือน พย แล้วตกใจ ใช้ไป 59,41 แลตคูณเจ็ดสิบเข้าไปละกัน อึ้งวะ แต่เอาเหอะยังไงก็จะกินต่อไป ช็อกโกแล็ตมันอร่อยวะ ตอนนั่งพิมพ์นี่ก็กินอยู่นะเนี่ย
วันเสาร์ซักเสาร์นึงจำไม่ได้ หลังประชุมนาโต้มันมีเรียนเพิ่ม เลยทำให้ต้องแหกขี้ตาตื่นแต่เช้า แต่วันนี้ก็มีเหตุการณ์เกิดขึ้นถึงสองเหตุการณ์ด้วยกัน เริ่มแรกวันนี้มีรับ certificate ที่กูโดนบังคับไปแข่งเลขนั่นนะแหละ ไอ้โจทย์สี่เหลี่ยมคางหมูกับโจทย์คนแคระนั่นนะแหละ ไอ้เพื่อนนะมันบอกว่าให้มารับ half past 9 แต่จริงๆนะมันต้อง half past 8 คือการบอกเวลาที่นี่ pus deviņi (pus=half, deviņi=9)มันคือแปดโมงครึ่งคนที่นี่เขาก็เลยบอกเวลาพวกครึ่งๆผิดกันเป็นประจำ อีกเรื่องในคาบรัสเซียอาจารย์ให้เพื่อนสอบ แน่หละกูทำไม่ได้อยู่แล้ว(ของเกรดสิบเอ็ดอะนะ ส่วนที่กูต้องสอบนะเป็นของที่เรียนกับเกรดสิบ) อาจารย์เลยให้ไปแยกเพศคำศัพท์เขียนมันบนกระดานดำนั่นแหละ โชความโง่ให้ทั้งห้องเห็น มั่วแหลกเลยกู ไอ้ที่เคยเรียนๆมาอะนะ สามเดือนแล้วมันก็ลืมเกลี้ยง พอวันจันทรก็สอบอีกทีกับเกรดสิบ อาจารย์ก็บอกคะแนวันรุ่งขึ้นตอนเรียนกับเกรดสิบเอ็ด ปรากฏว่ากูได้เยอะกว่าไอ้เพื่อนที่นั่งข้างๆ ทีนี้แหละล้อมันได้ทั้ง ชม จนเดี๋ยวนี้ก็ยังล้ออยู่ แต่ก็นะข้อสอบเขามันยากกว่านี่หว่า แล้วก็มีสักวันอีกนั้นแหละจำไม่ได้วันไหนอาจารย์ให้เพื่อนเกรดสิบเอ็ดทำงานไป แต่กูนี่สิโดนอาจารย์นั่งประกบติวเข้มอยู่คนเดียว แล้วมันมีอยู่ตรงนึงให้แปลข้อความ ไอ้กูก็นึกครึ้มแปลเป็นภาษาลัตเวียไป คราวนี้แหละเลยต้องแปลเป็นลัตเวียนหมดเลย บางคำก็ไม่รู้อาจารย์ก็ให้เพื่อนบอกเป็นภาษาอังกฤษแล้วก็บอกภาษาลัคเวียให้อีกที จนชักงงๆว่านี่คาบรัสเซียหรือลัตเวียวะเนี่ย
เอาเรื่องพละมั่ง คือตอนนี้อากาศมันค่อนข้างเย็นเลยไม่ได้ออกไปเตะบอล เลยเล่นบาสอยู่ในโรงยิมแทน สักพักอาจารย์เบื่อ ให้ไปโดดเชือกแทน แล้วมันมีสอบด้วยนะเว้ยไอ้โดดเชือกเนี่ย แล้วไม่ใช่แบบธรรมดามันมีทั้งแกว่งไปข้าวหน้า ข้างหลัง กระโดดขาเดียว แล้วก็แกว่งสองทีแต่กระโดดทีเดียว แล้วที่ทำให้มันไม่ธรรมดาคือมาต้องทำต่อเนื่องกัน กูคงมำได้หรอก ในท่สุดกีฬาสุดปรารถนาก็มามันคือ Hockey มันโคตรอะมึง แต่ก็ยากสาดดดด บางวันเล่นกันแค่ฝั่งละสามคนแต่เล่นกันทั้งสนามบาส วิ่งขึ้นๆลงๆ เหนื่อยแทบรากเลือด แต่ก็มันอยู่ดีแหละวะ ขอเรื่องเลขซักเรื่องอีกหละกัน มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการแยกตัวประกอบของพหุนามวะ กูพึ่งจะรู้ว่าเขาแยกกันไม่เป็น โดยเฉพาะอันที่สัมประสิทธิ์หน้าตัวที่มีกำลังสองด้วยนะ เขาจะใช้วิธีอะไรของเขาไม่รู้จำไม่ได้ แล้วพออาจารย์เห็นกูแยก เขาก็งงๆ แล้วให้กูไปสอนวิธีคิด คิดดูเดะสอนแยกตัวประกอบเป็นภาษาอังกฤษอะ แม่งกว่าจะทำให้เขารู้เรื่องกันได้ แต่สุดท้ายก็กลับไปใช้วิธีเดิมกันหมด แล้วจะให้สอนทำไมเนี่ย
เรื่องต่อไปกูจะบอกว่ากูได้ลงหนังสือพิมพ์วะ เขามาสัมภาษณ์ตั้งนานแล้วแหละแค่ยังไม่ได้บอกใครเท่านั้นเอง เป็นหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นรู้สึกจะชื่อ Briva Daugava หรืออะไรประมาณนี้ ตอนมาสัมภาษณ์นะเป็นคาบเลขก่อนพักเที่ยงแล้วเขาจะขอสัมภาษณ์อาจารย์ประจำชั้นก็คือครูเลขนั่นแหละ เพื่อนคนอื่นเลยโชคดีดิ ได้อานิสงค์เลิกเร็ว แต่กูต้องไปให้สัมภาษณ์กว่าจะเสร็จ เล่นสัมภาษณ์กูเป็นคนสุดท้าย พอเสร็จไปกินข้าว ไม่เหลือไรให้กูกินเลย
มีอยู่วันนึงโฮสกลับดึกให้กูทำข้าวกินเอง ก็ไม่มีไรหรอก แต่พอเขากลับมาเห็นผงเครื่องปรุงที่กูใช้ เขาเลยบอกว่าอยากลองกินอาหารไทยให้กูทำวันรุ่งขึ้น วันต่อมาพอเรียนเสร็จเลยรีบถ่อกลับมาบ้าน ดูว่าต้องใช้อะไรบ้าง แล้วก็ออกไปซื้อของ ที่กูทำ็ต้มยำแต่ไม่ใส่กุ้งใส่หมูแทน มันไม่มีกุ้งนี่หว่าถึงมีกูก็ไม่ทำ ก็กูแพ้กุ้งนิ ทำไปก็อดกินดิ เครื่องปรุงก็ขี้เกียจเดินซื้อเอาแค่เห็ดกะหมูพอ ก่อนทำก็นึกแล้วนะว่าต้องไม่ห้รสจัดนัก แต่พอทำจริงๆมันลืมวะ ปรุงตามใจปากเลย โฮสกินนี่เหงื่อแตกเป็นแถบๆ แน่หละเขาเลยไม่กินกูเลยนั่งซดนำ้อยู่คนเดียว แล้วก็มีหมูสับเอาำไปทอดแล้วก็หมูกระเทียม ซึ่งไม่เหมือนหมูกระเทียมสักนิด มื้อนั้นเลยจบลงด้วย การที่กูอร่อยอยู่คนเดียว
เรื่องต่อมาคือตอนเย็นวันจันทร์ พุธ ศุกร์ กูมีเป่าทูบ้า เป่ามาสักเเือนครึ่ง สองเดือนแล้วมั้งจนกระทั่งวันจันทร์ที่ผ่านมา อาจารย์บอก ใช้ได้หละ เปลี่ยนเป็นวันพฤหัสแทนจะให้เข้าวง ตายซิกู กูว่ากูยังเป่าไม่ได้เรืองซักเท่าไหร่เลย พอเอาเข้าจริงก็เป่าไม่ทันเขาจริงๆหน่อยแหละ แล้วพอเสียงสูงหน่อยมันเป่าไม่ไหววะ เพราะก่อนจะเข้าวงกูก็ต้องซ้อมเดี่ยวเป็น ชม แล้ว อะมันเมื่อยปาก แล้วเมื่อวันศุกร์โรงเรียนมีประกวดพูดไม่ถูกวะคล้ายๆประกวด Mr.&Ms. ของโรงเรียน แล้วมันต้องซื้อบัตร้ข้าชมด้วยนะเว้ย แต่พอดีกูได้บัตรฟรีวะ ไม่ต้องเสียตังตั้ง แปดสิบ ซานทีม การประกวดก็ให้ผู้เข้าประกวดแสดงไปเรื่อยๆ แล้วมันจัดในห้องประชุมของ รร แล้วปิดหน้าต่างหมดอะ ร้อนโคตร หิวอีก ง่วงด้วย สุดท้ายคนที่ชนะ ผู้ชายเป็นคนที่ให้บัตรฟรีกู ส่วนผู้หญิงใครก็ไม่รู้ไม่รู้จัก
เรื่องสุดท้ายหละ เมื่อวันเสาร์โฮสกูพาไปซื้อเสื้อกับกางเกงใหม่ ให้ใส่ไปสันเสาร์ที่สิบหก ที่เอเอฟเอสจัดกิจกรรม แล้วดันเอาเสื้อรัดรูปให้กูใส่ แบบเรียกได้ว่าแกมบังคับ แล้วเป็นซะสีส้มแปร้ด จะไหวมั้ยเนี่ย กางเกงยีนก็ซื้อให้แบบโหยอยู่เมืองไทยกูไม่มีทางซื้อเด็ดขาด แล้วก็ไม่ใช่ถูกๆเลยนะนั่นหนะ เสื้อตัวละสิบสองแลต กางเกงอีกยี่สิบ
เอาหละหมดเรื่อวโม้หละ หลังจากโม้มาซะยืดยาว ช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมานี่ก็เจออะไรเยอะกว่าที่คิดแหะ แต่ชักเริ่มอยากให้หิมะตกแล้ววะ หลังจากก่อนหน้าไม่อยากให้มันหนาวกว่านี้ กูกลัวอดเล่นสกีวะ เขาบอกช่วงนี้ของปีที่แล้วนี่ไปเล่นกันแล้ว แต่ปีนี้มันยังสิบองศาอยู่เลย
November 25 สามเดือนผ่านไป ไวเหมือนโกหก ตอนนี้ก็สามเดือนแล้วที่มาอยู่ที่นี่ เร็วนะนี่ก็เหลือเวลาอีกเจ็ดเดือนเอง แล้วก็ต้องไปนั่งเรียนงกๆ กับระบบการศึกษาของเมืองไทย เดี๋ยวกูก็เรียนต่อที่นี่ซะเลยนิ ตอนนี้ที่นี่อุ่นไม่ค่อยหนาวเท่าไหร่ หิมะก็ไม่ตกมานานพอสมควรแล้ว หลังจากมีอยู่ราวๆอาทิตย์นึงที่ตกอยู่ได้ เช้า สาย บ่าย เย็น แต่ก็ดีแล้วแหละ ชักอยากให้มันอุณหภูมิหยั่งงี้ต่อไปอีกหน่อย หลังจากต้องอยู่ในอุณหภูมิติดลบมาสักระยะนึง แทบจะไม่อยากเดินไป รร เลย แล้วตอนนี้วันๆแทบจะไม่มีแดดเลย มีแต่เมฆ แล้วก็มืดเร็วโคตร ห้าโมงหยั่งกับสามทุ่ม ทีตอนมาสามทุ่มหยั่งกับห้าโมง
เมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา เป็นไรไม่รู้เกิดอาการว่างจัด อยากลองเดินไปอีกฝั่งของเมือง ที่ต้องข้ามแม่นำ้ไป พอดีเมืองนี้มันตั้งอยู่สองฝั่งของแม่น้ำ Daugava เป้าหมายคือ ร้านหนังสือ กะว่าจะไปซื้อหนังสือคำศัพท์แบบมิว กะว่าคงใช้เวลาสักยี่สิบนาทีก็คงเดินไปถึง แต่ที่ำไหนได้ใช้เวลาร่วมห้าสิบนาที ทำเอาเมื่อยนี่ขนาด้ดินเร็วๆนะ ถ้าเดินเอื่อยๆแบบปกติมีหวังคงซัก สองชั่วโมงละมั้ง ขากลับเลยไม่เดินแล้ว ขี้เกียจ เี่สี่ยงดวงขึ้นรถบัสดีกว่า แต่มันดันมีหลายสายอะดิ เอาวะเบอร์ห้าจำได้ว่ามันไปจอดที่ centre ด้วย เลยขึ้นไป พอข้ามฝั่งกลับไป มันชักออกนอกเส้นทางเว้ยเห้ย ไปตรงไหนก็ไม่รู้ไม่รู้จัก แถมมืดแล้วด้วย สุดท้ายมันก็กลับเข้าทางที่รู้จัก รอดตัวไป เลยพึ่งจะรู้วะ ว่าเมืองตัวเองมันใหญ่ขนาดนี้ แต่ทำไมมันไม่เห็นจะมีอะไรเลยวะ
เรื่องต่อไปขอบ่นหน่อยเหอะ คือเมื่อราวๆสองอาทิตย์ที่แล้ว อาจารย์ให้เขียนเรียงความเรื่องปัญหามางเศรษฐศาสตร์ในลัตเวีย ให้เขียนเป็นภาษาลัตเวีบ สองหน้ากระดาษเอสี่ แต่ก็ยังดีที่อาจารย์ยังเอาหนังสือมาให้ เลยทำให้ลอกได้สบาย ไม่ต้องมานั่งแต่งประโยคเอง แต่ก็นั่นแหละกว่าจะเสร็จก็แทบตายเหมือนกัน แล้วก็ส่งไปแล้วเมื่อวาน แต่ดันมีสุดๆมาอีกอันนึง หลังหมดชั่วโมงชีวะ กำลังเก็บข้าวของอาจารย์ก็เดินเข้ามาถามว่าชอบสัตว์หรือพืชมากกว่ากัน เอาหละเริ่มเห็นเค้าลางความซวยฉลองหยุดห้าวัน เพราะกำลังเรียนเรื่องอาณาจักรพืชกันอยู่ แล้วหนังสือครึ่งหลังก็เป็นอาณาจักรสัตว์ เลยเอาสัตว์ดีกว่า เพราะที่ไทยเรียนเรื่องนี้มากกว่านิใช่มะ จำไม่ได้วะ หรือตอนเรียนพืชกูหลับอยู่วะ แต่ก็นั่นแหละ อาจารย์ให้ไปเขียนเรียงความเรื่องสัตว์ในลัตเวีย เป็นภาษาลัตเวียอีกแล้ว แถมมีเพิ่มโควต้าเป็นสามหน้า อะไรก็ไม่มีให้ สงสัยงานนี้คงต้องก็อปจากเน็ตหละมั้ง เซงวะงานเยอะโคตร แทนที่หยุดห้าวันจะได้เฮฮาปาร์ตี้ ต้องมานั่งทำรายงานชีวะแทน นรกสุดๆ
แล้วตอนนี้กำลังฝึกเล่น Poker อยู่ เห็นเพื่อนมันเล่นกัน เลยไปบอกให้สอนหน่อย หลังจากพยายามกันอยู่สักครู่เป็นอันตกลงว่าคุยกันไม่รู้เรื่อง มันเลยบอกว่าไว้พรุ่งนี้จะเอาหนังสือสอนวิธีเล่นเป็นภาษาอังกฤษมาให้ แล้ววันรุ่งขึ้นมันก็เอามาให่จริงๆ แต่พออ่าน ยิ่งอ่สนมันยิ่งงงวาวมันเล่นยังไงวะ
สุดท้ายก่อนจบมีคำถามจะฝากถามเรื่องหิมะหน่อย คืออยากรู้ว่าทำไมในภาษาไทยถึงมีคำว่าหิมะ ทั้งๆที่เมืองไทยก็ไม่เคยจะมีหิมะนี่หว่า แล้วทำไมมันถึงมีคำนี้ในภาษาไทยได้วะ หรือถ้าจะบอกว่ารู้จักหลังเริ่มคบค้าสมาคมกับพวกยุโรป มันก็น่าจะเป็นคำทับศัพท์หรือที่มันออกเสียงใกล้ๆกันดิ อยากรู้จริงๆนะ ใครรู้มาบอกด้วยนะเว้ย
ขออีกข้ออันนี้กูรู้คำตอบ ซึ่งก็เดาๆเอาเองหลังจากมาที่นี่ได้ระยะนึง จะถามว่า ทำไมตัว i กับ j ถึงต้องมีจุด ทำไมมีแค่สองตัวนี้้เองที่มีจุด |
|
||||
|
|